ลงประกาศ โฆษณาฟรี ไม่คิดเงิน ไม่ลบ 100%

ผลดี 8 อย่างที่ลูกจะได้หากชื่นชอบอ่านหนังสือ

skyzy.z88

  • *****
  • 14951
    • ดูรายละเอียด
คุณประโยชน์ 8 อย่างที่ลูกจะได้หากชอบอ่านหนังสือ
มาเพ่งในรายละเอียดกันว่า ผลดีของ “การอ่าน” ที่ไม่ใช่แค่การ “อ่านออก” แค่นั้นเป็นผลประโยชน์ของการ “ชอบอ่าน” ด้วยกัน “อ่านได้มากพอ” จนเป็นกิจวัตร นั้นคืออะไร ซึ่งหมอเชื่อว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้รู้ ก็จะได้คำตอบว่า การส่งเสปลายให้ลูกหลานให้อ่านนั้น จำเป็นเพียงไหน

  • กระตุ้นอาชีวะของสมอง

    ในเวลาเพียงช่วงสั้น ๆ ที่เด็กอ่านคำ 1 คำ สมองของเด็กจะถูกกระตุ้นให้ทำงานหลายโซน ทั้งส่วนที่ทำหน้าที่รับภาพ แปลตัวอักษรให้เป็นหน่วยเสียง ถอดรหัสตัวสะกด ทำงานนที่จะเข้าสู่กระบวนการตีความ.. ถือได้ว่าการอ่านหนังสือเท่านั้นละคำ แค่นั้นละประโยคนั้น กระตุ้นการงานของเซลล์ประสาทในสมองไปในทำเลกว้าง
    จากการศึกษาการยังชีพของสมองที่ลอดมา นักวิจัยพบว่า สมองของ “คนที่ได้ศึกษาการอ่าน” จะมีแบบการทำงานพร้อมทั้งมีโครงสร้างของสมองบางส่วนแตกต่างออกไปจากคนที่ไม่รู้หนังสือ หรือไม่แน่อาจถือว่า “การอ่าน” มีส่วนในการแปลงแปลงทั้งอาชีพกับส่วนประกอบของสมอง ด้วยกัน “สร้างสมอง” ที่พร้อมต่อการศึกษา  การเตรียมสมองนี้สำคัญมากในเด็กเล็ก (ด้านใน 10 ปีแรก) เพราะสมองของเด็กยังอยู่ในระหว่างการเจริญเติบโต ด้วยกันเพิ่มช้าใยประสาทเชื่อมระหว่างเซลล์ ซึ่งถ้าเซลล์ประสาทเหล่านั้นทำไมได้ถูกใช้ในช่วงเวลาที่เข้าที สมองก็คงจะจะสูญเสียการการเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างเซลล์นั้น ๆ ไปได้ (Neural pruning)

  • พัฒนาทักษะทางภาษา

    นอกจากนั้นการอ่านหนังสือจะสนับสนุนเพิ่มจำนวน “คำศัพท์” ในคลังสมองของเด็กให้มากขึ้นแล้ว การอ่านยังเป็นผลดีต่อการใช้ภาษาในด้านอื่น ๆ ทั้งในด้าน “การพูด” พร้อมกับ “การเขียน” ของเด็กเช่นกัน ด้วยเหตุว่าเมื่อเด็กได้อ่านหนังสือบ่อย ๆ ความคุ้นกับคำศัพท์กับภาษาในหนังสือก็จะส่งอิทธิพลต่อการใช้ภาษาของตัวเด็กเอง ด้วยกันนำไปสู่การใช้ภาษาที่คล่องแคล่วพร้อมกับสละสลวยมากขึ้น เป็นพิเศษอย่างยิ่ง ในการทำความรู้ภาษาที่สองหรือภาษาต่างประเทศ หนังสือจะมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะช่วยเหลือให้เด็กคุ้นเคยกับภาษาพร้อมด้วยศึกษาการใช้ภาษาที่สองในบรรลำบากาศสนุกสนาน

  • สร้างความจำที่ดี

    การอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ในอ่านหนังสือ นั้นตรวจเสมอเหมือนว่าจะมีเรื่องราวให้ต้องจำอื้อซ่าไปหมด ไหนจะตัวละคร ไหนจะฉาก แถมบางครั้งเนื้อหาก็แสนจะซับซ้อน อย่างเดียวด้วยความอัศจรรย์ของสมอง เด็กที่สนุกกับการอ่านก็กลับจำข้อมูลมากมายเหล่านั้นได้ลอดการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยกันต่อยอดความจำไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็ไม่แน่อาจจะเป็นเนื่อยกเลิก้วยกระบวนการที่ได้ฝึกบ่อย ๆ นี่ก็เป็นได้ ที่ทะลวงมา มีการค้นคว้าวิจัยหลายฉบับเสนอผลการศึกษาที่น่าสนใจว่า การอ่านหนังสือส่งผลดีต่อความจำ พร้อมด้วยการอ่านหนังสือทุกครั้งอย่างต่อเนื่องตั้งเพียงนั้นวัยเยาว์จะช่วยเหลือบำรุงความจำในเวลาที่เข้าสู่วัยชรา เอาใจช่วยทำให้นักอ่านมีความจำถดถอยน้อยกว่าคนทั่วไป กับเป็นเหตุปัจจัยป้องกันการเกิดอาการของโรคสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้

  • เป็นแหล่งเรียนรู้พร้อมด้วยจุดประกายองค์ความรู้วิเคราะห์

    โดยธรรมชาติของคนนั้น เราเรียนรู้สิ่งของต่าง ๆ จากความจัดเจนที่พบเจอ ขนาดนั้นเมื่ออยู่ในโลกที่แสนกว้างใหญ่นี้ “เด็กตัวน้อย ๆ จะออกไปทำความเข้าใจยังไงไหว” โชคดีที่เรามีหนังสือทำหน้าที่ย่อโลกลงมาเร็วไว้ในฝ่ามือ กับนำเด็กไปสู่ความชำนาญที่หลายหลากในหน้ากระดาษ ให้เด็กได้หัดคิดวิเคราะห์ เมื่อต้องเจอกับภาวะหรือปัญหาต่าง ๆ ซึ่งเด็กจะได้ทดลองผิดทดลองถูกไปในโลกของความคิด ด้วยว่าเรียบเรียงเกี่ยวเอาประเด็นเรียนพร้อมทั้งแง่คิดกลับมาใช้ประโยชน์ในโลกความเป็นจริง ความคิดของเด็กจะแตกออกไปอีก ถ้าผู้ปกครองหาจังหวะชวนเด็กร่วมพูดคุย อภิปรายถึงเรื่องราวราวพร้อมทั้งแง่คิดที่เด็กเรียนรู้มาจากในหนังสือ พร้อมกับจูงใจให้เด็กได้สนุกกับการค้นหาคว้าหาแหล่งทำความเข้าใจใหม่ ๆ อยู่เสมอ

  • เพิ่มพลังจินตนาการ

    หนึ่งในเสน่ห์พิเศษที่ทำเอานักอ่านหลงมีใจ “หนังสือ” ก็คือ หนังสือจะพานักอ่านเข้าสู่โลกแห่งจินตภาพ (การคิดเป็นภาพ) ที่แหวกแนวกันไปตามภูมิปัญญาฝันของเท่านั้นละคน จินตนาการของเด็กจึงถูกปลุกให้โลดแล่นไปอย่างอิสระพ้นการร้อยเรียงของตัวหนังสือ

  • รู้จักที่จะมองในมุมของคนอื่น

    ความรู้ในจำพวกและความรู้สึกของบุคคลอื่น (ซึ่งอาจจะคิดเห็นหรือรู้สึกไม่ตรงกับเรา) เป็นพัฒนาการด้านจิตใจที่สำคัญพร้อมด้วยเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการอยู่ร่วมกับคนในสังคม ขณะที่ได้อ่านนั้น เด็กจะได้สัมผัสศึกษาองค์ความรู้และจิตใจของตัวละครต่าง ๆ ที่อาจมีชนิดความเห็นผิดแผกแตกต่างไปจากตน ซึ่งที่เปลี่ยนมาก็มีการศึกษาเจาะจงว่าการอ่านหนังสือจะช่วยเหลือให้เด็กละเอียดอ่อนกับความรู้สึกกับปรารถนาของคนอื่น พร้อมกับรู้จัก “ใจเขาใจเรา” มากขึ้น

  • ผ่อนคลายความตึงเครียด

    หลายคนคงจะมองว่าการอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ภูมิปัญญาเลยไม่นึกอยุ่งยากหยิบหนังสือมาเป็นวัสดุอุปกรณ์คลายเครียด เฉพาะเรื่องจริงแล้ว เคยมีการศึกษาโดย Consultancy Mindlab International ใน มหาวิทยาลัยซูสเซสพบไว้ว่า การอ่านหนังสือนี่แหละเป็นกิจกรรมที่ใช้ลดระสิ้นเปลืองความเครียด (ซึ่งวัดจากความตึงกล้ามเนื้อกับอัแบรนด์การเต้นของศรีษะใจ) ที่ได้ผลดียิ่งกว่าการฟังเสียงเพลง จิบชา เดินเล่น หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์เสียอีก เพราะว่าหนังสือจะเอาใจช่วยให้ผู้อ่านได้พักพิงอยู่กับเรื่องราวในหน้ากระดาษ พักหนีหน้าออกจากความเครียดในโลกที่แท้ พร้อมด้วยการอ่านหนังสือดี ๆ ทำนนอนสักเล่ม ก็จะช่วยเหลือให้จิตใจสงบกับหลับสะดวก

  • ช่วยเหลือสานสัมพันธภาพ

    ผู้ปกครองบางคนคงจะจะกังวลว่า เด็กที่เป็นหนอนหนังสือไม่แน่อาจจะกลายเป็นเด็กรวบรวมตัว ไม่สนใจจะสร้างปฏิสัมพันธ์อะไรกับใคร.. เนื่องมาจากมองในมุมว่าการอ่านนั้นเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้..เฉพาะจริงๆ แล้วแล้ว หากเรานำ “การอ่านหนังสือ” มาใช้ให้ถูกทาง กิจกรรมนี้จะเป็นสื่อสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลได้เป็นอย่าวางมือี
    การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ชวนเด็กมาอ่านหนังสือด้วยกัน หรือแม้ว่าอย่างเดียวชวนเด็กพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่ได้เรียนรู้มาจากหนังสือ เหล่านี้ล้วนทำเอาเด็กและผู้ใหญ่ได้แบ่งปันเหตุการณ์ราวกัน ได้รู้ว่าต่างคนต่างคิดเช่นไร รู้สึกอย่างไร เกิดความเข้าอกเข้าใจกันอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมด้วยบ่อยครั้งเด็กๆ ก็ค่อนข้างจะพูดถึงเหตุการณ์ ภูมิปัญญา ความรู้สึกสุข ทุกข์อึดอัดคับข้องใจที่เกิดขึ้นอยู่กับเขาในชีวิตทุกวัน จากการพูดคุยเรื่องราวราวในหนังสือนี่เอง ด้วยกันการใช้เวลาพูดคุยร่วมกันในครอบครัว (quality time) นี้ ก็จะนำไปสู่บรรยากาศในที่อยู่ที่อบอุ่นพร้อมกับเป็นสุข
     
    คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : หนังสือเด็ก

    Tags : หนังสือเด็ก,หนังสือเด็ก,หนังสือสำหรับเด็ก